ทันกระแสเรื่องสุขภาพ เกร็ดความรู้ และเคล็ดลับสุขภาพ ตลอดจนวิธีการดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง เพื่อให้คุนได้รู้เท่านั้นโรคต่าง ๆ และสามารถป้องกันได้ทันท่วงที


รับสร้างบ้าน  ::  วิกลจริต

            วิกลจริต ถือเป็นโรคอีกชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในสังคมเราคะ โรคนี้มีความน่ากลัว เพราะเกิดจากความผิดปกติของความคิด อารมณ์และพฤติกรรม ดังนั้น รับสร้างบ้าน บริษัท สมอลล์เฮ้าส์บิวเดอร์ จะพาไปศึกษาอาการเบื้องต้นของโรคนี้ เพื่อให้ทุกท่านไว้ สังเกตุอาการจากเพื่อนร่วมงานกันคะว่า เอ๊ะ!!เรามีเพื่อนร่วมงานที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายมั้ยน้าาาาาาาาาาาาาาา

แค่ไหนถึงเรียกว่า วิกลจริต? 
                วิกลจริต (โรคจิต) คือภาวะผิดปกติทางจิตที่มีความผิดปกติของความคิด อารมณ์พฤติกรรมอย่างมากจนไม่อยู่ในโลกของความเป็นจริง เช่นคนบางคนอาจจะมีอาการของ
                -      ความคิดหลงผิด (ระแวงถูกสะกดรอยตาม, ถูกทำร้าย, ถูกนินทา, ถูกควบคุมโดยอำนาจไสยศาสตร์หรือไมโครชิพ)
                -      ประสาทหลอน (ได้ยินหูแว่วเสียงคนพูดถึงตนเอง, ภาพหลอน)
                -      พฤติกรรมแปลกผิดประหลาดจากปกติ (วุ่นวายมาก, ทำท่าแปลกๆ)
                -      พูดจาผิดปกติ (พูดฟังไม่รู้เรื่อง, ไม่ปะติดปะต่อ, ใช้ภาษาแปลก ๆ)
                -      เฉื่อยชา อยู่เฉยๆนิ่งๆ เก็บตัว ไม่สนใจสังคม ไม่ดูแลตนเอง ดูเหมือนคนขี้เกียจ
 
ทำไมคนเราถึงวิกลจริตได้?
                มีหลาย ๆปัจจัยที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะวิกลจริต ซึ่งยังบอกได้ไม่แน่นอนเชื่อว่าน่าจะมีปัจจัยเกี่ยวข้องจากความผิดปกติของเนื้อสมอง,การทำงานของสมองและสารสื่อประสาทต่าง ๆ ในสมอง รวมถึงพันธุกรรม ร่วมกับปัจจัยด้านจิตใจเช่น ความขัดแย้งในจิตใจ และกลไกทางจิตที่ใช้ซึ่งผู้ป่วยมักมีหลายปัจจัยร่วมกันในการเกิดปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้ยังอาจเกี่ยวข้องจากปัญหาโรคทางกาย   เช่น โรคทางสมองบางชนิด เช่นเนื้องอกในสมอง ลมชัก หรือจากยาหรือสารเสพติดบางชนิด เช่น แอมเฟตามีนจะกระตุ้นให้เกิดอาการวิกลจริตได้แต่ภาวะวิกลจริตที่เกิดจากโรคทางกายหรือยาหรือสารเสพติดมักจะดีขึ้นเมื่อรักษาโรคทางกายต้นเหตุหรือหยุดการใช้ยา และสารเสพติด
 
อาการของวิกลจริตจะเป็นอย่างไร?
                โดยทั่วไปผู้ป่วยจะไม่คิดและไม่เชื่อว่าตนเองผิดปกติไปเมื่อผู้ป่วยมีอาการของการหลงผิด ระแวง หรือประสาทหลอนผู้ป่วยจะเชื่ออย่างจริงจังว่ามีสิ่งนั้นหรือการรับรู้พิเศษนั้น ๆเกิดขึ้นกับตนเองจริง ๆ แม้ว่าคนใกล้ชิดจะพยายามชี้แจงว่าเป็นไปไม่ได้ผู้ป่วยก็จะไม่เชื่อ ช่วงที่อาการไม่รุนแรงนักผู้ป่วยอาจพยายามปกปิดอาการและความเชื่อเพราะกลัวถูกหาว่าผิดปกติแต่เมื่อมีอาการหนักขึ้น ผู้ป่วยจะแยกแยะความเป็นจริงไม่ได้และแสดงอาการผิดปกติชัดเจนขึ้น
 


ถ้ามีคนที่น่าสงสัยว่าจะวิกลจริต ควรช่วยอย่างไร?
                1.      ภาวะนี้ไม่หายเองควรพยายามพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ หรือจิตแพทย์ให้ได้ ถ้าผู้ป่วยปฏิเสธการรักษาญาติอาจมาปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อรับคำแนะนำล่วงหน้าถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาโดยเร็ว จะส่งผลต่อการหายของโรคในระยะยาวการปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา หรือรอสังเกตอาการนานเกินไปจะทำให้รักษายากขึ้น ต้องรักษาอยู่นานกว่าจะสงบหรืออาการอาจรุนแรงจนอาจก่ออันตรายได้เพราะเมื่อคนไข้วิกลจริตแล้วเราไม่สามารถคาดเดาความคิดหรือพฤติกรรมคนๆนั้นได้เลย
                2.     การรักษาด้วยยามีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยวิกลจริตยาต้านโรคจิตจะช่วยให้อาการหลงผิด ระแวง และประสาทหลอนของผู้ป่วยดีขึ้นในผู้ป่วยบางรายอาจมีผลข้างเคียงจากการใช้ยาบ้าง เช่น กล้ามเนื้อเกร็งตาพร่า ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับขนาดหรือชนิดของยาเพื่อให้การรักษาดำเนินต่อเนื่องได้ ซึ่งจะช่วยผู้ป่วยได้ในระยะยาว
                3.     การรักษาทางจิตสังคม :การให้คำปรึกษาแนะนำและประคับประคองผู้ป่วยและญาติผู้ดูแลซึ่งต้องรับภาระหนักจะช่วยให้การดูแลผู้ป่วยวิกลจริตประสบความสำเร็จมากขึ้น
                4.     รักษาต่อเนื่อง :โดยส่วนใหญ่ภาวะวิกลจริต ต้องรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานานความสม่ำเสมอและความร่วมมือในการรักษาจะทำให้ผู้ป่วยดีขึ้นในระยะยาวโดยไม่มีอาการกำเริบซ้ำ หรืออาจหยุดยาได้ถ้ากำลังรักษาอยู่ไม่ควรหยุดรักษาหรือหยุดยากะทันหันเพราะมีโอกาสกำเริบสูงมากและการชักชวนผู้ป่วยที่อาการกำเริบให้รักษาใหม่นั้นทำได้ยาก
                5.     ในกรณีที่ผู้ป่วยเกิดอาการกำเริบรุนแรงสามารถพาผู้ป่วยมาพบแพทย์ก่อนนัดได้ หรือพามาห้องฉุกเฉินนอกเวลาราชการซึ่งในโรงพยาบาลใหญ่หรือโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์จะมีจิตแพทย์คอยดูแลนอกเวลา

©สงวนลิขสิทธิ์ หน้าเว็บไซต์ โดย บริษัท สมอลล์เฮ้าส์บิวเดอร์ จำกัด